- หน้าหลัก
- สาระน่ารู้
- ชุดภาพหลักกฎหมาย
- สรุปหลักกฎหมาย เรื่อง มัดจำ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 377
สรุปหลักกฎหมาย เรื่อง มัดจำ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 377
สรุปหลักกฎหมาย เรื่อง มัดจำ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 377
🔴มัดจำตามกฎหมายหมายแพ่งและพาณิชย์ คือ ทรัพย์สินใดซึ่งจ่ายไว้กับคู่สัญญาเพื่อเป็นหลักประกันว่าเราจะทำตามสัญญา
🔴มัดจำมีลักษณะดังนี้
🔹1. ต้องเป็นสิ่งที่ได้ให้ไว้ในวันทำสัญญา ดังนั้น ทรัพย์สินใดแม้จะระบุว่าเป็นมัดจำ แต่ถ้าไม่ได้มอบให้แก่กันในขณะทำสัญญา ก็ไม่ถือว่าเป็นมัดจำ อีกฝ่ายหนึ่งไม่มีสิทธิริบ
🔹2. เป็นสิ่งที่มีค่าอยู่ในตัวเอง
🔹3. ต้องมีเจตนาจะให้เป็นมัดจำ (เพื่อเป็นพยานหลักฐานว่าสัญญานั้นได้ทำกันขึ้นแล้ว และเป็นประกันการที่จะปฏิบัติตามสัญญานั้นด้วย)
🔴 อำนาจศาลในการลดมัดจำ
🔹ใน ป.พ.พ. มิได้มีบทบัญญัติให้ศาลลดมัดจำได้เหมือนอย่างเบี้ยปรับตามมาตรา 383 แต่อย่างไรก็ดี ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 7 บัญญัติให้อำนาจศาลที่จะลดมัดจำที่สูงเกินส่วน ให้เหลือเพียงเท่าความเสียหายที่แท้จริงได้
🔹ฎ.657/2565 “ไม่มีบทบัญญัติใดใน ป.พ.พ. ให้อำนาจศาลลดมัดจำลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ดังเช่นกรณีเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วน แต่ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 7 บัญญัติว่า "ในสัญญาที่มีการให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำหากมีกรณีจะต้องริบเงินมัดจำ ถ้ามัดจำนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงให้ริบได้เพียงเท่าที่ความเสียหายที่แท้จริงก็ได้" เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้วางมัดจำ แม้โจทก์ทั้งสองจะมิได้ยกขึ้นกล่าวอ้าง ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7