- หน้าหลัก
- สาระน่ารู้
- ชุดภาพหลักกฎหมาย
- สรุปหลักกฎหมาย เรื่อง บุกรุกเคหสถาน ตาม ป.อ. มาตรา 364
สรุปหลักกฎหมาย เรื่อง บุกรุกเคหสถาน ตาม ป.อ. มาตรา 364
สรุปหลักกฎหมาย เรื่อง บุกรุกเคหสถาน ตาม ป.อ. มาตรา 364
▶️ พิจารณา
1️⃣ เข้าไป หรือซ่อนตัวอยู่โดยไม่มีเหตุอันสมควร
1.1 ต้องอยู่ในที่นั้นทั้งหมดทั้งตัว มิใช่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง (สอดคล้องกับ มาตรา 335 (8))
1.2 ผู้กระทําต้องกระทําไปโดยไม่มีเหตุอันสมควร เช่น จำเลยบุกรุกเข้าไปในร้านของ จ. แล้วทำร้าย ย. (ฎ.905/2507), เข้าไปทำร้ายคนในบ้าน (ฎ.5613/2549), จำเลยเป็นผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้รับแจ้งจาก บ. ให้ติดตามสืบถามขอคืนไม้ที่หายจากโจทก์ว่า เห็นโจทก์เอาไม้ไป จำเลยกับพวกก็เข้าค้นเรือนโจทก์ รื้อข้าวของกระจัดกระจาย ทั้งนี้ โดยไม่มีหมายค้น บิดาโจทก์ห้ามก็ไม่ฟัง ทั้งไม่ได้ความแน่ชัดด้วยว่าไม้นั้นอยู่ในเรือนโจทก์ (ฎ.246/2515)
📌แต่ถ้า!! ผู้กระทําเข้าไปในอาคารนั้นโดยมีอํานาจหรือโดยความยินยอมของผู้ครอบครอง ถือว่าเป็นการเข้าไปโดยมีเหตุอันสมควร ไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก เช่น ตำรวจเข้าค้นโดยเข้าเหตุที่ค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น หากไม่ทำการตรวจค้นเสียในวันเกิดเหตุ ของที่อยู่ในบ้านอาจถูกขนไปเสีย (ฎ.4791/2528), จำเลยรู้จักกับผู้เสียหาย และจำเลยเข้าไปในอาคารที่เกิดเหตุโดยผู้เสียหายยินยอม จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานบุกรุก (ฎ.32/2536), จำเลยเข้าไปในบ้านผู้เสียหายโดยบุตรีผู้เสียหายซึ่งเป็นภรรยาโดยพฤตินัยของจำเลยนัดให้ไปพบ ถือได้ว่าเป็นการเข้าไปโดยมีเหตุอันควร และแม้เมื่อผู้เสียหายได้ไล่จำเลยให้ออกไป แต่จำเลยไม่ยอมออก ทั้งนี้ เพื่อขอร้องภรรยาจำเลยให้กลับไปอยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยาดังเดิม ดังนี้ เห็นได้ว่าจำเลยไม่มีความผิดฐานบุกรุก (ฎ.473/2522), จำเลยเข้าไปในบ้านผู้เสียหายโ
ดยการเชิญชวนของบุตรสาวผู้เสียหาย แม้ผู้เสียหายจะมิได้อนุญาตให้จำเลยเข้าไปในบ้านก็ตาม แต่จำเลยก็ได้รับอนุญาตจากบุตรสาวผู้เสียหายให้เข้าไปในบ้านดังกล่าวแล้ว (ฎ.5177/2549)
‼️แต่แม้จะได้รับอนุญาตให้เข้าไป หากเป็นเพียงอนุญาตให้เข้าไปบางส่วน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าไปในทุกส่วนของเคหสถานได้ การเข้าไปในส่วนที่ไม่ได้อยู่ในขอบเขตของการอนุญาต ก็ถือเป็นความผิดฐานบุกรุก เช่น จำเลยได้รับอนุญาตให้นั่งดูโทรทัศน์ที่ตั้งอยู่ในห้องโถงนอกห้องนอนของผู้เสียหาย จะถือว่าผู้เสียหายอนุญาตให้เข้าไปในห้องนอนไม่ได้ ฎ.2407/2527
🧨 และการได้รับความยินยอมในที่นี้ รวมถึงผู้อาศัยเป็นผู้อนุญาตให้เข้าไปด้วย เช่น สามี จ. ไปทํางานต่างประเทศ จ. จึงมาอยู่บ้านผู้เสียหายซึ่งเป็นน้องสาว ตอนดึกคืนเกิดเหตุ จําเลยเข้าไปในบ้านผู้เสียหาย โดย จ. นัดให้จําเลยมา จึงไม่ใช่เป็นการเข้าไปในบ้านผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาต จําเลยไม่มีความผิดฐานบุกรุก แม้ จ. จะเป็นเพียงผู้อาศัยผู้เสียหาย ก็ไม่ทําให้การกระทําของจําเลยกลายเป็นบุกรุก (ฎ.951/2529)
2️⃣ ไม่ยอมออกเมื่อผู้มีสิทธิห้ามไม่ให้เข้าไป ได้ไล่ให้ออก
2.1 แม้การเข้าไปนั้นจะมีเหตุอันสมควรก็ตาม แต่ถ้าหากผู้มีสิทธิจะหวงห้ามมิให้เข้าไปได้ไล่ออกและไม่ยอมออก ย่อมเป็นความผิด ความผิดจึงเกิดขึ้นเมื่อละเว้นไม่ยอมออกจากสถานที่นั้น
2.2 “ผู้มีสิทธิห้ามไม่ให้เข้าไป” หมายถึง ผู้ที่ครอบครองสถานที่นั้น เช่น ผู้จัดการหรือผู้แทนของนิติบุคคล รวมถึงผู้ที่ทําการขับไล่โดยอํานาจของผู้ครอบครอง คนใช้ที่ทําการขับไล่เพื่อประโยชน์ของนาย แต่อย่างไรก็ตาม ผู้เช่าซึ่งอยู่ในสถานที่เช่าต่อไปทั้ง ๆ ที่สัญญาเช่าหมดอายุแล้ว แม้ผู้ให้เช่าบอกให้ออกแต่ไม่ยอมออก ก็ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 364 เพราะผู้ให้เช่าจะไล่ออกเองไม่ได้ จะต้องฟ้องร้องบังคับโดยใช้อํานาจทางศาล
3️⃣เคหสถาน อาคารเก็บรักษาทรัพย์ หรือสำนักงานในความครอบครองของผู้อื่น
3.1 เคหสถาน หมายถึง สถานที่ซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัย เช่น เรือน โรง เรือ หรือแพซึ่งคนอยู่อาศัย และให้หมายความรวมถึงบริเวณของที่ซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัยนั้นด้วย ไม่ว่าจะมีรั้วล้อมหรือไม่ก็ตาม (มาตรา 1 (4))
3.2 อาคารเก็บรักษาทรัพย์ หมายถึงสิ่งปลูกสร้างใด ๆ ที่สร้างขึ้นเพื่อเก็บรักษาทรัพย์ เช่น โกดังสินค้า คลังสินค้า โรงพักสินค้า เป็นต้น ซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ทําขึ้นเพื่อเก็บรักษาทรัพย์ให้ปลอดภัย ดังนั้น โรงซึ่งเก็บโคกระบือที่สร้างในลักษณะถาวร ก็อยู่ในความหมายของอาคารเก็บรักษาทรัพย์ด้วย
3.3 สำนักงานในความครอบครองของผู้อื่น คือ ที่ทําธุรกิจของเอกชน หรือจะเป็นของทางราชการก็ได้ เช่น บริเวณที่ทําการตํารวจกองกํากับการ (ฎ.306/2512) สํานักงานนี้ไม่จําต้องเป็นอาคาร อาจเป็นสถานที่ทําการชั่วคราว เช่น สํานักงานของนายช่างผู้ควบคุมการก่อสร้าง หรือแม้มีการตั้งกระโจมไว้เพื่อทํางานเพียงชั่วคราว